2005/Jan/19

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ปลูกง่าย ให้ผลดีตลอดปี มีราคาถูก ทำให้เป็นผลไม้ไทยชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานกันมาก เหตุที่เรียกว่า ฝรั่ง นั้นไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำเข้ามาในประเทศไทยหรืออาจจะเรียกเพราะเมื่อผลสุกจะมีสีขาวนวลเหมือนคนฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก จึงมีผลในการป้องกันโรคขาดวิตามินซีซึ่งจะทำให้มีเลือดไหลซึมออกมาจากบริเวณเหงือกที่เรียกว่า ลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีวิตามิน เอ และซี "สูงกว่ามะนาวถึง 4 เท่า" จึงมีคุณค่าในการป้องกันโรคหวัดได้ดีอิกด้วย และนอกจากนี้ยังมี "การรับประทานฝรั่งเพื่อลดความอ้วน" เพราะการรับประทานฝรั่ง "ไม่เพิ่มน้ำหนัก" เนื่องจากให้พลังงานต่ำ จึงทานได้บ่อย ๆ ตามต้องการ แต่ถ้ากินมากอาจจะทำให้ท้องผูก ส่วนฝรั่งสุกอาจทำให้ท้องเสียได้

จากคัมภีร์สรรพคุณยากล่าวไว้ว่า ฝรั่งทั้งห้า (ดอก ผล ราก ใบ ต้น) มีรสฝาดแก้ท้องร่วง, บิด ใบ และผลแก้ท้องเสีย, บิด, ดับกลิ่นปาก กรมอนามัยได้ทำการศึกษาพบว่า นอกจากวิตามินเอ และซีแล้ว ฝรั่งยังมีวิตามินบี 1 บี 2 แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส เพคติน แทนนิน และมีเส้นใยสูง

ในปัจจุบันนี้ฝรั่งถือเป็นพืชสมุนไพร ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายทาง เช่น นำใบแก่ ๆ มาปิ้งไฟชงน้ำดื่มแก้อาการท้องเดินได้ หรือนำผลฝรั่งอ่อน ๆ เอาเฉพาะเปลือกกับเนื้อไม่เอาเมล็ด ใส่เกลือเล็กน้อยรับประทานหรือต้มน้ำใช้ดื่ม จะมีสารเทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ฝาดสมาน หยุดอาการท้องร่วงได้ ส่วนเพคตินและเส้นใยพืช จะช่วยป้องกันโรคท้องผูก มะเร็งลำไส้ ริดสีดวงทวาร และช่วยเคลือบลำไส้เล็กทำให้ดูดซึมน้ำตาลและไขมันน้อยลง จึงช่วยควบคุมเบาหวาน ลดไขมันในเลือด ช่วยไม่ให้ไขมันจับผนังหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

นอกจากนี้ใบฝรั่งยังมีสารฝาดสมานและน้ำมันหอมระเหยจึงสามารถนำใบฝรั่งมาทำน้ำยาดับกลิ่นปาก ถ้าใช้ใบสด 4-5 ใบ เคี้ยวให้ละเอิยดหลังรับประทานอาหาร อมไว้สักพักแล้วค่อยคายทิ้งจะช่วยลดกลิ่นอาหาร เหล้า บุหรี่ และช่วยในการลดการเกิดเหงือกอักเสบได้ด้วย

หลังจากรับประทานอาหาร มักจะมีเศษอาหารติดค้างอยู่ตามซี่ฟันมาก โดยเฉพาะอาหารพวกแป้งและคาร์โบไฮเดรตซึ่งได้แก่ ข้าว ขนมปัง ของหวาน อาหารพวกนี้จะติดฟันได้ง่าย ถ้าแปรงฟันไม่สะอาดจะทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์ ที่เรียกว่า พลัค เกาะที่คอฟันบริเวณที่ชิดกับเหงือก

เชื้อจุลินทรีย์นั้นจะปล่อยสารพิษออกมาทำให้เหงือกอักเสบ มีหนอง เป็นผลทำให้เกิดมีกลิ่นปากเหม็น ทันตแพทย์จึงแนะนำให้แปรงฟันหลังอาหารหรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์

การรับประทานฝรั่งนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังจะ "ช่วยในการกำจัดคราบอาหารบนตัวฟันได้" จากการศึกษาในกลุ่มนักศึกษาอาสาสมัครที่ไม่แปรงฟันเป็นเวลา 1-2 วัน เกิดมีคราบเกาะที่ฟัน แล้วให้มาเคี้ยวฝรั่ง เมื่อตรวจฟันหลังจากนั้น พบว่าคราบอาหารถูกกำจัดออกไปได้ดี จึงถือว่าการเคี้ยวฝรั่งนั้นเป็นวิธีที่ช่วยทำความสะอาดฟันได้ และยังช่วยลดกลิ่นปากด้วย

นอกจากฝรั่งแล้ว นับว่าโชคดีที่ประเทศเราอยู่ในเขตร้อนซึ่งมีผักผลไม้อิกหลายชนิดที่ให้รับประทานได้ตลอดปี มีราคาถูก รสอร่อย และมีวิตามินสูง ไม่ว่าจะเป็นสับปะรด แตงกวา แครอท ถั่วฝักยาว และอื่น ๆ ซึ่งถ้ารับประทานผลไม้หรือผักสดหลังอาหารจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยในการทำความสะอาดช่องปาก ดีต่อสุขภาพเหงือกและฟันด้วย


โดย...ทพญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

#1  by   (222.123.76.82) At 2007-09-03 18:03, 
#2  by   (61.7.163.206) At 2007-12-17 15:08, 
#3  by   (118.174.103.152) At 2008-05-31 18:20, 
sad smile sad smile
#4  by  ซันนี่ (118.174.103.152) At 2008-05-31 18:21, 
ดเดเดเดเดเ
#5  by  กดเ (125.24.89.224) At 2008-08-29 09:39, 
น่าสนใจดีค่ะ big smile surprised smile
#6  by  มายด์ (125.26.9.163) At 2008-09-18 13:05, 
ก็น่าสนใจดีค่ะ cry question open-mounthed smile big smile surprised smile surprised smile
#7  by  น๊ก (125.26.9.163) At 2008-09-18 13:07, 
น่าอร่อยนะครับ tongue question
#8  by  ต้า (125.26.9.163) At 2008-09-18 13:09, 
#9  by   (202.28.183.9) At 2008-11-04 20:54, 
น่าสนใจดี
ทำให้มีความรู้เพิ่มบขึ้นและสามารถนำความรู้ไปช่วยในการสอนผู้ป่วยได้ค่ะ
#10  by  น้องนาง (202.28.183.9) At 2008-11-04 20:56, 
มสาใ1445156
#11  by  พพพพ (58.10.9.50) At 2009-02-02 09:12, 
น่าสนใจ wink surprised smile embarrassed sad smile angry smile tongue
#12  by   (118.175.154.223) At 2009-11-16 11:58, 
#13  by  เด้อ (125.24.25.108) At 2009-11-28 12:50, 
อิอิ......
#14  by   (58.10.12.142) At 2010-02-23 10:07, 
อิอิ......
#15  by   (58.10.12.142) At 2010-02-23 10:07, 
ดีง่า
#16  by   (58.10.96.68) At 2010-03-03 10:22, 
ดีค่ะ
#17  by   (119.42.81.219) At 2010-05-27 09:27, 
big smile big smile
#18  by   (118.175.13.50) At 2010-06-24 14:28, 
#19  by   (118.175.13.50) At 2010-06-24 14:28, 
#20  by   (110.164.169.3) At 2010-08-30 16:56, 
cry sad smile
#21  by   (110.164.169.3) At 2010-08-30 16:56, 
#22  by   (110.164.169.3) At 2010-08-30 16:57, 
#23  by   (125.26.246.29) At 2010-09-10 12:54, 
ชอบทานมากเรยก๊า...555
#24  by   (117.47.81.163) At 2010-09-19 13:21, 
ขอบคุณที่ให้ความรู้คร๊าบ
#25  by  p[opcole (118.172.85.52) At 2010-11-16 17:14, 

<< Home